[ใหม่]ประกันชีวิต ออมสั้น ขยันคืน ธนาคารกสิกรไทย ลดหย่อนภาษีได้ คุ้มครองสูงสุดถึง 150%

แนวโน้มธุรกิจประกันยังไปได้ กสิกรไทย เน้นให้ความรู้คู่การออม ส่งผลให้เบี้ยประกันรวม ปี 57 โตเกือบ 30 % เดินหน้าเปิดตัว “ ประกันชีวิตออมสั้น ขยันคืน ” หวังมัดใจมนุษย์เงินเดือน จ่ายเบี้ย 7 ปี คุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนสูงสุดปีละ 4 % คุ้มครองสูงสุดถึง 150 % พร้อมลดหย่อนภาษีได้ ตั้งเป้าเบี้ยประกันใหม่ปีนี้มากกว่า 30,000 ล้านบาท เพิ่ม 19 % คงอันดับ 1 ในตลาดแบงก์แอสชัวรันส์

ประกันชีวิต ออมสั้นขยันคืน

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไป ยังคงให้ความสำคัญกับการทำประกัน เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งของการออมในระยะยาว อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลทำให้การขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิตโดยรวมชะลอตัวลง โดยเบี้ยประกันชีวิตรวมทั้งระบบในไตรมาสแรกของปี 2558 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ลดลง 1%

สำหรับธนาคารกสิกรไทยจะเน้นการให้ความรู้ประโยชน์ของการทำประกัน โดยศึกษาความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไประดับกลาง (Middle Income Segment) เช่น คนวัยทำงาน มนุษย์เงินเดือน และบุคคลอาชีพอิสระที่มีขนาดตลาดถึง 13 ล้านคน ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มีศักยภาพสูง ล่าสุดออกตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ “ประกันชีวิตออมสั้น ขยันคืน” ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 2 หมื่นกว่าบาทต่อปี ให้ผลประโยชน์สูง โดยลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันเพียง 7 ปี ได้รับการคุ้มครองยาว 10 ปี ได้รับเงินจ่ายคืนทุกปีสูงสุด 4% ผลตอบแทนเฉลี่ยตลอดโครงการ (IRR) สูงถึง 3% และยังได้รับความคุ้มครองสูงสุดถึง 150% อีกทั้งยังสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยธนาคารตั้งเป้าการขายในปีนี้ไว้ที่ 30,000 กรมธรรม์ มูลค่าเบี้ยประกันราว 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ของธนาคารกสิกรไทยในปี 57 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และยังคงครองความเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ด้วยส่วนแบ่งในตลาดประกันชีวิตช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ประมาณ27% เนื่องจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ทีมีประโยชน์ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยสาขาในการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ส่งผลให้มีเบี้ยประกันรับใหม่รวมกว่า 25,000 ล้านบาท เติบโต 25% และมียอดเบี้ยประกันรับรวมสะสมอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท เติบโต 28% ส่วนในไตรมาสแรกของปี 2558 มีเบี้ยประกันชีวิตรับใหม่รวมกว่า 7,400 ล้านบาท เติบโต 22% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีเบี้ยประกันรับรวมกว่า16,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 25%

จากตัวเลขภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตทั้งตลาดในปี 2557 พบว่ามีเบี้ยประกันชีวิตรับใหม่รวมทุกช่องทางประมาณ 170,626 ล้านบาท เติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมียอดเบี้ยประกันรับรวมทั้งหมดกว่า503,850 ล้านบาท เติบโต 14% ส่วนภาพรวมตลาดแบงก์แอสชัวรันส์มีเบี้ยประกันรับใหม่กว่า 100,317 ล้านบาท เติบโต 23% และมียอดเบี้ยประกันรับรวมทั้งหมดกว่า 210,895 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 22%

นายทวี กล่าวในตอนท้ายว่า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะมีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับมีการปรับลด GDP และอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ธนาคารยังมีความมั่นใจว่าธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ของธนาคารจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีรายได้ 15,000 บาท ถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านต่างๆ ทั้งยังพัฒนาการนำเสนอลูกค้าผ่านวิธีการใหม่ๆ ที่ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงมีการส่งเสริมให้เกิดความสนใจ การรับรู้และเข้าใจในประโยชน์ของการทำประกัน ศึกษาความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมที่สุดและตรงใจที่สุดให้กับลูกค้า โดยธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าการเติบโตธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ของธนาคารกสิกรไทย ปี 2558 สำหรับเบี้ยประกันรับใหม่ไว้ที่มากกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโต 19% และยอดเบี้ยประกันรับสะสมรวมมากกว่า 64,000 ล้านบาท เติบโต 27%

แชร์บอกต่อ!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *